อุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิตของคนก็คล้ายๆกันกับสิ่งที่เจ้าผีเสื้อเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ความก้าวหน้าในชีวิต การพัฒนาทักษะ ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ล้วนแล้วแต่น่าสงสารและน่าเห็นใจ แต่จะได้คุณค่ามาก็ด้วยการล้มเหลวอย่างถูกวิธี เราจะคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยไม่มีความล้มเหลวนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อเราเผชิญอุปสรรค แล้วเราหลีกเลี่ยงที่จะแก้ไขหรือต่อสู้กับมัน เท่ากับว่าเรากำลังเสียโอกาสสำคัญในการเรียนรู้บทเรียนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในชีวิตของคน…[คลิ๊กที่หัวข้อเพื่อดูรายละเอียด]
คนเราจะมีความกลัวสารพัดอย่างที่ปิดกั้นและฉุดรั้งเราไว้จากความสำเร็จ เช่น กลัวว่าเราไม่เก่งพอ กลัวว่าเราคงทำไม่ได้ กลัวเสียงปฏิเสธ กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความล้มเหลวฯลฯ
ถ้าคุณทำงานที่จะต้องมีการสร้างทีม แน่นอนว่าคุณต้องไปเฟ้นหาคนดีมีศักยภาพแล้วพูดชักชวนโน้มน้าวให้เขาเห็นว่า ธุรกิจที่คุณไปชวนเขาทำนั้นดีอย่างไร โอกาสสุดยอดแค่ไหน แล้วคุณก็บอกกับคนที่คุณชักชวนว่า คุณเชื่อมั่นว่าเขามีศักยภาพ เขาต้องทำสำเร็จได้แน่! .. เขาฟังแล้ว เขาอาจจะตอบคุณว่า .. ไม่เป็นไร เขาทำงานเดิมของเขาก็ดีอยู่แล้ว เขาไม่เคยทำงานที่ต้องไปพูดคุยกับคนเยอะๆ เขาทำไม่ได้หรอก!
ตัวอย่างที่ยกมานี่คุ้นๆ เพราะคุณเจออยู่เป็นประจำใช่ไหมคะ? เห็นไหมคะว่า บางคนกลัวการเปลี่ยนแปลงมาก เขาไม่กล้าทำในสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย อย่างนี้เรียกว่าติดอยู่ใน Comfort Zone หรือ ความสะดวกสบาย หรือ ความเคยชินเดิมๆ เช่น งานรูปแบบเดิมๆ คนเดิมๆ เส้นทางเดิมๆ ถ้าจะต้องให้ออกไปเผชิญกับสิ่งใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคย มันไม่อยากที่จะต้องฝืนตัวเองออกไปทำ บางทีเขาก็ปิดโอกาสตัวเองเลย
บางคนทำงานก้าวหน้ามาได้ระดับหนึ่ง ก็จะมีขอบเขตของ Comfort Zone ที่ขยายออกไปจากเดิม แต่ก็จะไปติดกับพื้นที่สบายๆแห่งใหม่อีกแล้ว ถ้าจะเลื่อนตำแหน่ง แล้วต้องทำงานมากกว่านี้ ใช้ความพยายามหนักกว่านี้ รู้สึกว่าต้องฝ่าฟันความยากลำบากมากขึ้นอีก ก็จะบอกตัวเองว่าพอแค่นี้ รอเอาไว้ก่อนแล้วกัน เห็นไหมคะว่า ความสำเร็จของเขาก็จะมีกำแพงมากั้นอีกแล้ว
ถ้าเราไม่กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า เราก็จะย่ำอยู่กับที่! .. จริงไหมคะ?
ดิฉันเคยไป [...]
ดิฉันอยากให้คุณลองทบทวนดูว่า เวลาที่คุณคุยกับใครบางคน หรือ ได้พบเหตุการณ์อะไรบางอย่าง คุณมีความคิดเกี่ยวกับคนหรือเหตุการณ์นั้นๆอย่างไรบ้าง? คุณเคยสังเกตตัวเองไหมคะ?
ถ้าคุณโทรศัพท์ไปหาลูกค้า แล้ว ลูกค้าไม่ได้รับสาย คุณคิดว่าอย่างไรคะ? .. “ลูกค้าไม่อยากรับสายเรา” “ลูกค้าหลบหน้าเราแน่ๆเลย” “ทำไมเขาไม่รับสายเรา เขาไม่ชอบเราหรือเปล่า?” “สงสัยลูกค้าติดธุระอยู่” .. คำตอบอาจมีมากมายหลายอย่างแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนใช่ไหมคะ?
ถ้าคุณไปขายของ แล้ว ลูกค้าเขายังไม่ซื้อ คุณคิดว่าอย่างไรคะ? .. “ทำไมเขาไม่ซื้อ(วะ)?” “ฉันนำเสนอไม่ดีหรือเปล่า?” “เขาไม่ชอบเรามั้ง?” “ฉันจะทำงานนี้ได้ไหมเนี่ย?” “ทำไมฉันขายไม่เก่งเหมือนคนอื่น?” “ดวงฉันไม่ดีเลยช่วงนี้” ฯลฯ .. โอ๊ย! มีสารพัดความคิดใช่ไหมะ?
มันเป็นการยากที่จะ “แยกแยะ” ระหว่าง 1.“สิ่งที่เกิดขึ้น” กับ 2.“สิ่งที่คุณคิดหรือตีความหรือปรุงแต่ง”!
เวลาที่เราเจอเหตุการณ์อะไรก็ตาม เราจะคิดหรือตีความแบบอัตโนมัติเลยโดยที่เราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำไป! เพราะว่า .. “มนุษย์เป็นเครื่องจักรของการตีความ!”
เอาล่ะคะ เราลองมาแยกแยะบางตัวอย่างดูนะคะ .. 1.สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โทรศัพท์ไปหาลูกค้า แล้วลูกค้าไม่ได้รับสาย 2. สิ่งที่เราคิด/ตีความ/ปรุงแต่ง คือ [...]
ดิฉันมีคำถามที่อยากให้คุณพิจารณาว่า การที่คุณเป็นคนในแบบที่คุณเป็นตอนนี้ หรือสิ่งที่ส่งผลกระทบมาสู่ความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของคุณในปัจจุบันนั้น มันมีผลมาจากอดีต หรือว่าอนาคต? คุณคิดว่าอย่างไรคะ?
คนส่วนใหญ่มักจะตอบว่า.. “มาจากอดีต!” เช่น การศึกษา การเลี้ยงดู ครอบครัว สังคม สภาพแวดล้อมฯลฯ คุณเห็นด้วยหรือเปล่าคะ? แล้วถ้าดิฉันจะขอให้ลองพิจารณาดูใหม่ว่า มันเป็นไปได้ไหมคะที่คำตอบคือ “มาจากอนาคต!?! ”
ลองพิจารณาตัวอย่างนี้ดูนะคะ .. ถ้าพรุ่งนี้คุณกำลังจะไปเที่ยวชายทะเลอันแสนสวยกับคนรู้ใจ 1 อาทิตย์เต็มๆ.. ว้าว! .. ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรคะ? .. อารมณ์ดีใช่ไหมคะ? ทำงานไปอาจจะยิ้มไป ใครมาพูดจาไม่เข้าหูก็ไม่โกรธ ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันพรุ่งนี้สักที! .. แต่ถ้าวันสุดท้ายของการพักผ่อนมาถึง..ตอนนี้คุณเป็นอย่างไรคะ? .. อาจจะรู้สึกเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย ไม่อยากให้ถึงพรุ่งนี้เลยใช่ไหมคะ? .. ถ้าคุณรู้สึกเช่นนั้น แสดงว่า “อนาคต มีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของคุณในปัจจุบัน!?!”
ความจริงแล้วการที่บางคนตอบว่าอดีตก็ไม่ผิดหรอกคะ เพราะเราเป็นคนเอาอดีตไปรออยู่ในอนาคตเรียบร้อยแล้ว ลองดูซิคะว่า คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? ตัวอย่างเช่น คุณชวนแฟนของคุณไปเที่ยว แต่แฟนคุณไม่ไป วันหลังลองชวนใหม่เป็นครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 แฟนคุณก็ยังไม่ไปอีก คราวหน้าเวลาที่คุณอยากจะไปเที่ยว [...]
ทำไมดิฉันจึงกล่าวเช่นนี้? .. ดิฉันอยากให้คุณลองนึกถึงภาพเรือเดินสมุทรลำใหญ่มากๆสักลำหนึ่ง ปกติแล้วเรือก็จะแล่นไปในทิศทางที่กัปตันกำหนดไว้ใช่ไหมคะ? ถ้ากัปตันตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางการเดินเรือใหม่ สมมติว่าต่างจากเดิมแค่ 3 องศา แน่นอนว่าในระยะแรกๆ เราจะยังไม่เห็นความแตกต่างอะไรที่ชัดเจน แต่ถ้าเวลาผ่านไป 1เดือน..1ปี..หรือ10ปี คุณคิดว่าทิศทางของเรือจะต่างจากเดิมมากไหมคะ? มากใช่ไหมคะ? .. ดังนั้น ชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยน .. นับจากวินาทีที่คุณตัดสินใจเช่นกัน!
ในอดีตที่ผ่านมา .. คุณเคยตัดสินใจทำอะไรที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญบ้างไหมคะ? เช่น ตัดสินใจเปลี่ยนงาน ตัดสินใจแต่งงาน ตัดสินใจมีลูก ตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงนิสัยบางอย่างของตัวเอง ฯลฯ ก่อนที่คุณจะทำการตัดสินใจ คุณคงจะดูว่าชีวิตปัจจุบันของคุณเป็นอย่างไร? มันมีอะไรบางอย่างที่คุณอยากได้ในอนาคต ซึ่งคุณยอมที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณต้องการใช่ไหมคะ?
ก่อนอื่น เราลองมาดูซิว่า .. คุณต้องการอะไรในชีวิต?..อะไรคือความฝันของคุณ? มันสำคัญกับคุณจริงหรือเปล่า? คุณอยากได้มันอย่างแรงกล้าหรือไม่? ทำไมคุณจึงอยากได้มันนัก? คุณต้องการทำเพื่อใครและเพื่ออะไร? ขอให้คุณเขียนทุกคำตอบลงไปในกระดาษเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!
แล้วตอนนี้คุณได้ทุกอย่างที่คุณปรารถนาหรือยังคะ? มีอะไรที่คุณอยากทำ แล้วยังทำไม่ได้?..มีอะไรที่คุณอยากมี แล้วยังมีไม่ได้?.. มีอะไรที่คุณอยากเป็น แล้วยังเป็นไม่ได้?..ทำไมล่ะค่ะ?
ลองสำรวจดูซิคะว่า ทำไมคุณจึงทำไม่สำเร็จ? อะไรปิดกั้นหรือฉุดรั้งคุณอยู่? คุณกลัวอะไรคะ? .. เอ้า! .. [...]