[Valid RSS]

[ปลุกยักษ์ ในตัวคุณ] ระวังความคิดของคุณให้ดี!!!

ดิฉันอยากให้คุณลองทบทวนดูว่า  เวลาที่คุณคุยกับใครบางคน หรือ ได้พบเหตุการณ์อะไรบางอย่าง  คุณมีความคิดเกี่ยวกับคนหรือเหตุการณ์นั้นๆอย่างไรบ้าง?  คุณเคยสังเกตตัวเองไหมคะ?

                ถ้าคุณโทรศัพท์ไปหาลูกค้า แล้ว ลูกค้าไม่ได้รับสาย  คุณคิดว่าอย่างไรคะ? ..  “ลูกค้าไม่อยากรับสายเรา”  “ลูกค้าหลบหน้าเราแน่ๆเลย”  “ทำไมเขาไม่รับสายเรา เขาไม่ชอบเราหรือเปล่า?”  “สงสัยลูกค้าติดธุระอยู่” .. คำตอบอาจมีมากมายหลายอย่างแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนใช่ไหมคะ?

                ถ้าคุณไปขายของ แล้ว ลูกค้าเขายังไม่ซื้อ คุณคิดว่าอย่างไรคะ? .. “ทำไมเขาไม่ซื้อ(วะ)?”  “ฉันนำเสนอไม่ดีหรือเปล่า?”  “เขาไม่ชอบเรามั้ง?”  “ฉันจะทำงานนี้ได้ไหมเนี่ย?”  “ทำไมฉันขายไม่เก่งเหมือนคนอื่น?”  “ดวงฉันไม่ดีเลยช่วงนี้” ฯลฯ ..  โอ๊ย! มีสารพัดความคิดใช่ไหมะ?             

                มันเป็นการยากที่จะ “แยกแยะ” ระหว่าง   1.“สิ่งที่เกิดขึ้น”  กับ  2.“สิ่งที่คุณคิดหรือตีความหรือปรุงแต่ง”!

                เวลาที่เราเจอเหตุการณ์อะไรก็ตาม เราจะคิดหรือตีความแบบอัตโนมัติเลยโดยที่เราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำไป!  เพราะว่า ..  “มนุษย์เป็นเครื่องจักรของการตีความ!”  

                เอาล่ะคะ  เราลองมาแยกแยะบางตัวอย่างดูนะคะ .. 1.สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โทรศัพท์ไปหาลูกค้า แล้วลูกค้าไม่ได้รับสาย  2. สิ่งที่เราคิด/ตีความ/ปรุงแต่ง คือ ลูกค้าไม่อยากรับสายเรา ลูกค้าหลบหน้าเราแน่ๆเลยฯ

                คุณรู้ไหมคะว่า  สิ่งที่ “คุณคิด/ตีความ/ปรุงแต่ง” มันจะเป็น “ความจริง” อย่างมากเลยในโลกของคุณ .. ทำไมดิฉันพูดอย่างนี้หรือคะ?  ลองดูนะคะ .. ถ้าคุณเป็นคนคิดลบและคำตอบของคุณเหมือนตัวอย่างข้างต้นนี้   คุณก็จะห่อเหี่ยวหมดแรงใช่ไหมคะ?  .. และถ้ามันไม่ใช่ความจริงสำหรับคุณ  ทำไมคุณถึงห่อเหี่ยวล่ะคะ?!?  .. คุณ “หลงเชื่อ” ความคิดของคุณว่ามันเป็นความจริง “โดยที่คุณไม่รู้ตัว”  เพราะฉะนั้น “ระวังความคิดของคุณให้ดี!” 

                ถ้าอย่างนั้น “ลูกค้าไม่ได้รับสายแปลว่าอะไร?” .. ก็แปลว่า “ลูกค้าไม่ได้รับสายหน่ะซิคะ!” 

                ดิฉันได้คุยกับพี่ท่านหนึ่ง  เขาทำงานขายประกันชีวิต  เขาบ่นให้ดิฉันฟังว่า  “ช่วงนี้ผมเครียดมาก  เป็นอะไรไม่รู้ขายไม่ค่อยได้เลย  ตัวเลขตก สงสัยว่า ผมคงไม่เก่ง  โชคทำไมไม่เข้าข้างผมเลย  มันเป็นช่วงชีวิตที่ดิ่งเหวจริงๆหรือนี่!”   เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวลมาก

                ดิฉันก็บอกวิธีการแยกแยะข้างต้นให้เขาฟัง .. 1.สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ขายไม่ได้ ตัวเลขตก  2. สิ่งที่คิด/ตีความ/ปรุงแต่ง คือ ไม่เก่ง โชคไม่เข้าข้าง เป็นช่วงชีวิตที่ดิ่งเหว

                พอเขาได้วิธีการแยกแยะที่ชัดเจนแบบนี้  เขาก็ถึงบางอ้อเลย!  เขาบอกว่า เขาหลงปรุงแต่งเรื่องราวแย่ๆแบบนี้มาตั้งนาน  อยากจะหา “ไวรัส” มาเขมือบไอ้ความคิดปรุงแต่งพวกนี้จริงๆ . . ดิฉันก็บอกเขาว่า พี่อยากได้ไวรัสหรือคะ?  ถ้าอย่างนั้นฟังคำตอบให้ดีๆนะคะ .. ไวรัสที่จะเขมือบความคิดปรุงแต่งพวกนี้ก็คือ “สติ”  

                เขาบอกว่า “เอ้อ! จริงๆด้วย  ผมต้องมีสติ!  ดูซิเรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ออก  ผมนี่มันไม่เอาไหนเลย!”   .. โอ๊ย!  ดิฉันอยากจะบ้าตาย!  พูดแค่นี้พี่เขายังตีความอีกว่า เขาไม่เอาไหนเลย.. เฮ้อ! .. มนุษย์นี่เป็นเครื่องจักรของการตีความจริงจริ๊ง!!!

                ต่อจากนี้ไป เราต้องเริ่มฝึกที่จะมีสติ คอยจับความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของเราให้ทันท่วงที  เวลาที่เราเศร้า หงุดหงิด กังวล โกรธฯ แสดงว่าเรากำลังปรุงแต่งตีความอะไรบางอย่างอยู่  ให้เรามี “สติ”  แล้วเรียกเอา “ปัญญา”  มาพิจารณา “แยกแยะ” ระหว่าง 1. สิ่งที่เกิดขึ้น กับ 2. สิ่งที่เราปรุงแต่งตีความ  หลังจากนั้นให้เราอยู่กับ “สิ่งที่เกิดขึ้น” เท่านั้น .. สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น  มันไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งสิ้น

                ถ้าคุณมีเงินเก็บ 200,000 บาท ก็คือคุณมีเงินเก็บ 200,000 บาท  หรือคุณมีหนี้ 500,000 บาท ก็คือคุณมีหนี้ 500,000 บาท มันไม่ได้หมายความว่า คุณเป็นคนจน  คุณไม่มีความสามารถ คุณเป็นคนไม่ประสบความสำเร็จฯลฯ

                ในด้านของสายสัมพันธ์ก็ต้องระวังเรื่องการตีความเหมือนกัน เช่น พ่อกำลังตื่นเต้นลุ้นฟุตบอลนัดสำคัญอยู่หน้าจอ TV   สักครู่ลูกชายเดินมาหาเพื่อชวนพ่อไปเล่นด้วย  พ่อก็บอกว่า “รอพ่อดูฟุตบอลจบก่อนนะ”  ลูกชายเดินคอตกออกไปจากห้องพร้อมกับความเสียใจว่า “พ่อเห็นฟุตบอลดีกว่าเรา พ่อไม่รักเราแล้ว ฯลฯ”  เห็นไหมคะว่า พ่อพูดแค่นี้  แต่ลูกไปตีความว่าอะไรบ้าง

                เวลาที่คุณทำงานร่วมกันเป็นทีมก็ต้องระวัง  ถ้าคุณชวนทีมงานของคุณไปร่วมงานประชุมที่สำคัญมาก  แต่เขาไปไม่ได้ เพราะมีนัดกับแม่  คุณก็อาจจะคิดว่า “ดูซิ งานสำคัญขนาดนี้ยังไม่ยอมไป  แล้วจะประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ได้อย่างไร ไม่สนใจงานของตัวเองเลยฯ”  ถ้าคุณมีความคิดแบบนี้ วันหลังเวลามีงานประชุมอีก  คุณอยากจะชวนเขาไหมคะ?  ภาพพจน์ของเขาในสายตาของคุณเป็นอย่างไร?

                ขอให้คุณฝึกการแยกแยะและอยู่กับ “สิ่งที่เกิดขึ้น” เท่านั้น  พยายามจับตัวเองให้ทันหรือมีสติเตือนตัวเองให้ได้เวลาที่ “คุณคิด/ตีความ/ปรุงแต่ง”  และนี่คือ “สุดยอดเคล็ดวิชา” ที่จะทำให้คุณคลายจากความเครียด ความเศร้า และความทุกข์ทั้งหลาย

                ในงานสัมมนา “จ้าวแห่งการสื่อสาร” ดิฉันจะสอนเรื่องพวกนี้อย่างละเอียด  และมีภาพวิธีแยกแยะซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ ดิฉันจะให้คุณทำเวิร์คช็อปซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสกับ “พลังของการฟัง” อย่างที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน  ยิ่งไปกว่านั้นดิฉันจะเปิดเผยเคล็ดลับให้ฟังว่า มนุษย์ถูกโน้มน้าวและจูงใจด้วยอะไรบ้าง  และคุณจะได้เรียนรู้สุดยอดเทคนิคที่จะทำให้คนที่คุณเพิ่งรู้จัก รู้สึกชอบคุณ  ถูกชะตากับคุณ ในระดับจิตใต้สำนึก! .. มีคนเข้าสัมมนาแล้วสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์มากมาย!   ว้าว! .. คุณสนใจไหมคะ?


ชื่อคอลัมน์ : ”ปลุกยักษ์” ในตัวคุณ
ชื่อผู้เขียนบทความ : สิริลักษณ์ ตันศิริ
โค้ช / นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ / Motivator
E-mail : coach_siriluk@yahoo.com
http://www.coachsiriluck.com

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

  • 1
  • ...
  • ...
  • 0
เนื้อหาสำหรับถ่ายทอดภายในกลุ่มและผู้สนใจเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ บริษัทเอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด