ไหนบอกว่าธุรกิจเอมสตาร์ ไม่ได้เน้นงานขายเพื่อทำยอด แล้วไหงในงานพื้นฐาน 3S+1M ยังมีหัวข้อของการขายอยู่ แน่นอนของธุรกิจทั่ว ๆ ไป หากโรงงานผลิตสินค้าออกมา แล้วไม่มีคนซื้อ โรงงานก็ต้องเจ๊งแน่นอนจริงมั๊ยครับ แสดงว่าเราก็ต้องขายสินค้า แล้วตกลงเราจะไปขายใครล่ะ ก็ผมขายไม่เก่งนี่นา…
คำตอบนั้นก็คือ “ขายให้ตัวเอง” ก่อนครับ เพื่อน ๆ จะขายคนอื่นได้หรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่สุด เพื่อน ๆ ต้อง “ขายให้ตัวเอง” ให้ได้ก่อน ธุรกิจเอมสตาร์ไม่ได้เน้นให้มีการขายเพื่อรักษายอดในระดับสูง ๆ ดังนั้นแค่เรา ขายให้ตัวเอง ได้ เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกันครับ ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของเอมสตาร์ ก็คือผลิตภัณฑ์ของร้านเราเอง มันจะแปลก ๆ ไหมถ้าเราไม่เคยใช้สินค้าของตัวเอง ไ่ม่รู้ว่าสินค้าแต่ละตัวของร้านเรามีอะไรบ้าง แต่เราพยายามจะแนะนำให้คนอื่นใช้บ้าง เราอยากแนะนำยาสีฟันให้เพื่อน เพราะฟังมาแล้วรู้ว่ามันดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ แต่พอเพื่อนถามว่า “แล้วเธอใช้หรือยัง” เราก็จุกเลยสิครับ ใช้ก็ไม่เคยใช้ ยาสีฟันสีอะไรก็ยังไม่รู้เลย ดีไม่ดีโดนเพื่อนถามกลับ “ถ้าดีแล้วทำไมไม่ลองใช้ก่อนล่ะ” หงายหลังเลยทีนี้ T-T
สินทรัพย์ กับ หนี้สิน
สมมุติว่าเื่พื่อน ๆ ใช้โฟมล้างหน้ายี่ห้อหนึ่ง แล้วใช้ดี หน้าใส และมีคนมาทักว่าใช้อะไรมาหน้าใสจัง เราก็บอกเพื่อนคนนั้นไป เพื่อนคนนั้นก็ไปซื้อโฟมล้างหน้ายี่ห้อนั้นมาใช้ เราก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ซ้ำยังช่วยขายโฟมล้างหน้าให้กับบริษัทนั้น ๆ ฟรี ๆ อีก แบบนี้เราเรียกว่า “การใช้สินค้าแบบเป็นหนี้สิน” เพื่อน ๆ ว่าแบบนี้ดีมั๊ยครับ
แต่หากเพื่อน ๆ ใช้โฟมล้างหน้ายี่ห้อ ASNI ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของร้านเราเอง เราใช้แล้วดี หน้าใสเหมือนกัน คราวนี้ีมีคนมาทักว่าใช้อะไรหน้าใสจัง เราก็ตอบเหมือนเดิมว่าใช้ ASNI (ตอนนี้หน้าเราช่วยขายของแทนเราโดยเรายังไม่ได้พูดอะไรเลย) เพื่อนเราคนนั้นก็อยากใช้บ้าง ก็หาซื้อไม่ได้ เขาก็มาซื้อกับเรา หรือสมัครกับเรา แบบนี้เราเรียกว่า “การใ้ช้สินค้าแบบสร้างสินทรัพย์” แบบนี้ย่อมดีกว่าจริงมั๊ยครับ ใช้สินค้าดีดี แถมยังได้รายได้กลับมาด้วย
ดังนั้นสรุปเราต้อง ขายให้ตัวเราเอง อันดับแรกก่อนนะครับ ซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้ หาความประทับใจ และสามารถบอกต่อความประทับใจของเราได้ พอเราใช้แล้วรู้่ว่าดีจริง เวลาเราเจอใครเราก็อยากจะเล่าให้เพื่อน ๆ เราฟังอย่างจริงใจจริงมั๊ยครับ เหมือนกับเราดูหนังแล้วสนุก เราก็เล่าให้เพื่อนฟังว่าสนุกอย่างนั้น สนกอย่างนี้ เพื่อนเราก็เชื่อ ไปดูหนังเหมือนกัน ก็เพราะเราจริงใจที่จะเล่าเพราะเราไปดูมาแล้วไง (แต่กรณีนี้ก็ขายตั๋วหนังให้โรงหนังฟรี 55)
![Validate my RSS feed [Valid RSS]](http://www.krajong.com/images/valid-rss.png)
